ยินดีต้อนรับสู่ โลกแห่งความรู้ GTR :: ความสำเร็จอยู่ไม่ไกล เราพร้อมติดปีกให้คุณ    
   
Home   About   Vision   Mission   Core Network   Editor   Course   Webboard   Classified   Contact us  
General   Management   HRD   Marketing   Leadership   Leisure & Style   Finance & Accounting   Book Review   Gadget    
     
 
 
 
Member Login
   
Username :
Password :
 
Forgot Password? :Click
::Sign Up ::
 
     
 
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
General
Management
HRD
Marketing
Leadership
Leisure & Style
Finance & Accounting
Book Review
Gadget
Education
 
 
 
     
   
 
 
 
ทำไมต้องธุรกิจเล็กๆ??

ถาม : “อนาคตอยากจะทำอะไร?”
ตอบ : “อยากจะเปิดธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง”
ตอบ : “อยากมีกิจการไม่ต้องใหญ่มากก็ได้ ไว้ที่หนึ่ง”
ตอบ : “อยากมีธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ”
ตอบ : “อยากมีห้องอาหารเล็กๆ สักห้องหนึ่ง”

ทำไมต้องเล็กๆ???

คำว่าเล็กๆ ที่เราพูดกันจนชินปาก
ผมว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เรายึดติดกับมัน
จนเราดำเนินกิจการนั้นได้จริงๆ ก็จะมีข้อเรียกร้องต่อมา...

“ทำไมไม่เห็นจะร่ำรวยกับเขาเสียที”
“ทำไมคนอื่นเขารวยเอา รวยเอา แต่เรานี่สิแย่”
“เปิดร้านอาหารคนก็เขากันตั้งเยอะแยะ แต่ไม่ยักกะรวย”

ก็เพราะคำว่า “เล็กๆ” นี่ล่ะครับ
ที่คอยทิ่มแทงใจอยู่ตลอดเวลา แต่เราไม่รู้สึก
และเกิดขึ้นก็เพราะการเริ่มต้นตัดสินใจของเราเองตะหากครับ...

เพราะเราเริ่มต้นด้วยคำว่าเล็กๆ
นั่นคือเหตุ...เราก็ต้องยอมรับผล...นั่นคือเล็กๆ ตามที่เราตั้งเป้าไว้!!

แต่หากเราตั้งเป้าใหม่...
“ผมอยากจะเปิดกิจการใหญ่ๆ สัก 1 ไร่”
“ผมอยากจะมีร้านอาหารขนาดสัก 6 คูหาเป็นอย่างต่ำ ทำเลติดถนน”
“ผมตั้งใจจะเปิดกิจการใหญ่ๆ ในต่างประเทศ”

เราเคยคิดให้ออกมาในรูปแบบนี้บ้างไหมครับ?
เชื่อว่าส่วนใหญ่ไม่ได้คิดแบบนี้ แต่คิดแบบนี้แทน...

“ไม่กล้าคิดหรอก...เดี๋ยวเขาจะหาว่าเว่อร์!!”
“โอ๊ย...ขืนพูดอย่างนั้น คนอื่นได้หัวเราะเยาะตาย”
“แหม...เดี๋ยวเขาจะหาว่า ไม่รู้จักเจียมตัว”
“น้ำหน้าอย่างผม ไม่มีปัญญาหาที่มันใหญ่ๆ หรอกครับ”
“ทำแค่นี้ให้ได้ก่อนก็ดีแล้ว...เดี๋ยวเป็นหนี้หัวโต”
“เล็กๆ ก็ดีแล้ว ใหญ่ๆ เดี๋ยวคนอื่นหมั่นไส้เอา!!”

มัวแต่แคร์ มัวแต่ห่วงคนอื่นเขาจะว่าเรา เขาจะดูถูกเรา
จึงเป็นการปิดกั้นความคิด...

นี่คือความเป็นจริงของคนไทย!!
เราไม่เคยคิดที่จะมีกิจการใหญ่ๆ เป็นของตัวเอง
เราไม่เคยคิดที่จะมีสินค้าไทยได้รับความนิยมติดระดับโลก
เราไม่เคยคิดที่จะเป็นบุคคลสำคัญของโลก

แต่เรากลับชอบคิดว่า
อยากร่วมกิจการกับชาวต่างชาติ
อยากใช้ของ Brand Name ชื่อดังจากต่างประเทศ
อยากกระทบไหล่ดารา ฮอลลิวู๊ด

หรือคิดว่า
อยากมีเจ้านายต่างชาติ
อยากทำงานกับบริษัทต่างชาติ
อยากพูดภาษาต่างชาติ
เคยคิดกลับกันไหมครับ?

คนไทยเป็นเจ้าของกิจการใหญ่ระดับประเทศ
มีคนขับรถจากสหรัฐอเมริกา
มีแม่บ้านจากอังกฤษ
มีคนทำสวนจากฝรั่งเศส
มีลูกจ้างระดับปฏิบัติการ (Worker) เป็นชาวยุโรป
ระดับผู้จัดการหรือหัวหน้า เป็นชาวไทยทั้งหมด
ระดับผู้บริหาร...ชาวต่างชาติอย่าได้มาแหยม...
น่าสนุกและท้าทายนะครับ...

พวกเรา…
“อยากรวยไหม?”
“อยากมั่งคั่งมีเงินมีทองใช้จ่ายอย่างสบายไหม?”
“อยากมีบริวารมากมาย...อยากมีความสุขไหม?”

ก็ในเมื่อต้องการอย่างนั้น...
แล้วเราจะไปแคร์ความรู้สึกของคนอื่นทำไมล่ะครับ??
เงินก็เงินของเรา...
ไอเดียก็ไอเดียของเรา
สถานที่ก็สถานที่ของเรา
เราไปทำอะไรให้เขาเดือดร้อนหรือเปล่า?

แล้วเราจะมัวมานั่งสนใจฟังเสียงคนอื่นๆ อยู่ทำไม
เชื่อเถอะว่าถึงเราจะเปิดเป็นร้านเล็กหรือร้านใหญ่
ถ้าคนจะครหานินทา มันก็ทำได้ตลอดครับ

เวลาเปิดร้านเล็กๆ
“เนี่ยเหรอ...ร้านเล็กเชียวนะ”
“หาที่มันดีกว่านี้ไม่มีเหรอ?”
“โอ้ย...จะมีลูกค้าสักกี่คนเชียว”
“เอาตัวให้รอดนะยะหล่อน...กะอีร้านเล็กๆ แค่เนี๊ยะ”

เวลาเปิดร้านใหญ่ๆ
“ใหญ่เว่อร์ซะ...เอาไว้เตะฟุตบอลเหรอไง?”
“ตัวแค่เนี๊ย...ใจใหญ่นะ”
“ใหญ่ได้แค่เนี๊ยเหรอ...”
“เห็นคุยซะดิบซะดี...เปิดร้านได้ใหญ่แค่เนี๊ย”

ว่าไงครับ?
ยังไงซะ...ก็ไม่พ้นโดยข้อครหาอยู่วันยันค่ำ...
จะทำธุรกิจใหญ่หรือธุรกิจเล็กๆ เลือกเอง??

คนอื่นๆ เขามีส่วนอะไรกับเงินทองของเราหรือเปล่า?
“ก็ไม่มี...”
เวลาเราเปิดร้าน ทำธุรกิจ...มากันไหมครับ?...
มา...มาแน่นอน...มากินฟรี...เผลอๆ หอบกลับบ้านด้วย!!!

แล้วเวลาดำเนินกิจการของเรา เขามาใส่ใจ ถามไถ่บ้างไหม??...
จะยกตัวอย่างอีกตัวอย่าง...
ผู้ชายที่ไม่มีครอบครัว...หรือไม่ได้แต่งงานเมื่ออายุมากขึ้น
เขาอาจจะมีข้อครหาว่าเป็นตุ๊ด...เป็นแต๋ว...เป็นเกย์...อะไรแบบนั้น
แล้วเราเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า?

พอเราไม่แต่งงาน
“ก็แหงล่ะ มันเป็นตุ๊ดนี่...มันไม่แต่งงานหรอก”

พอเราแต่งงาน
“เออ..แปลกแฮะ..ตุ๊ดแต่งงานได้”

พอแต่งงานแล้วไม่มีลูก
“ก็แหงล่ะ...มันเป็นตุ๊ดนี่...มีลูกไม่ได้หรอก”

พอแต่งงานแล้วมีลูก
“เออ...แปลกแฮะ...ตุ๊ดมีลูกได้...”

ข้อครหามีไม่จบไม่สิ้นหรอกครับ...

เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดที่จะก้าวหน้า อย่ามัวแต่กลัวคำครหานินทา
แต่จงเอาคำพวกนั้น มาเป็นแรงบันดาลใจ
จากที่เคยดูถูกเรา ก็ทำให้เห็นว่าเขาดูเราถูกจริงๆ...
เพราะเราสามารถทำได้
ถ้าเราท้อแท้หมดหวัง ไม่กล้าคิดตั้งแต่เริ่มต้น
เราก็แพ้ไป 50% แล้วครับ
หรืออาจจะแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง เลยก็ว่าได้

ผมอยากให้ทุกท่าน มั่นใจในสิ่งที่เราทำ
จงคิด...ทำ...การใหญ่
อย่าทำเพียงสิ่งเล็กๆ เพราะเมื่อเราได้ลงมือทำแล้ว
เมื่อประสบความสำเร็จ เราจะรู้ว่า เรามีความสามารถมากเพียงใด
แล้วเราจะรู้สึกเสียดาย
“ทำไมไม่เปิดกิจการใหญ่ๆ ไปเลยฟะ...”
หรืออาจจะเสียดาย หากรู้ว่ากิจการหรือธุรกิจที่ทำ มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ
แต่ขนาดเล็ก...บริหารยังไม่สะใจ

ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตไม่กี่คนหรอกครับ
ที่คิดการใหญ่ ทำอะไรต้องใหญ่ๆ
ต้องประกาศก้องให้โลกรู้ว่า เรามีดี
มีดี มีความสามารถ ต้องประกาศออกมาอย่างยิ่งใหญ่
จงคิด...จงทำการใหญ่
หากอยากเป็นผู้มั่งคั่ง ทั้งลาภ ยศ เงินทอง และบริวาร

ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินความสามารถของมนุษย์
เพียงแต่มนุษย์ต่างหาก ที่มองไม่เห็นความสามารถของตัวเอง

อย่ากลัวความสำเร็จ
แต่จงกลัวความล้มเหลว
จงกล้าล้มเหลว
อย่ากลัวความสำเร็จ

“คุณไม่รู้หรอกว่าคุณเข้าใกล้ความสำเร็จแค่ไหน...
ตอนที่คุณยอมแพ้”

เป็นคำให้กำลังใจของ โทมัส อัลวา เอดิสัน
ผู้คิดค้นประดิษฐ์ความสว่างหรือหลอดไฟ ให้แก่มวลมนุษยชาติ
เอดิสันนั้น ล้มเหลวมาหลายครั้งครับ
แต่เขาไม่เคยบอกกับตัวเองเลยว่าล้มเหลว
เขากลับบอกว่า

เขาทำผิดวิธีนิดหน่อย...เท่านั้น แต่สิ่งที่ผิดวิธีของเขา
มีการจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ของเขาทุกประเภท
เพียงเพราะว่า
“ผิดวิธีนิดหน่อย”

เราเคยฝ่าฟันอุปสรรคมากมายก่ายกองสักกี่ครั้ง???
บางท่านเจอแค่ครั้งสองครั้ง ก็ถอดใจแล้ว
ไม่สู้แล้ว...บอกว่ามันยากจัง!!

“ทำไมคนอื่นเขาทำง่าย”

อย่าเปรียบเทียบความสำเร็จของผู้อื่น
มาเป็นบรรทัดฐานตัดสินใจการกระทำของเรา

“จงแข่งกับสถิติของตัวเอง”
ขยันทำให้ดีขึ้น หรือมากขึ้นกว่าเดิม
รับรองว่าความสำเร็จที่ต้องการ อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

อย่าลังเล กับคำว่าธุรกิจเล็กๆ
ต่อไปนี้ขอให้เรา คิดการใหญ่...ทำการใหญ่
แล้วจงชื่นชมกับความสำเร็จด้วยหัวใจที่ชื่นบานเถอะครับ

และนี่คือแรงบันดาลใจที่ผมได้รับจากคติคำคม...
“Great change always…Start from within”
“การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่...เริ่มต้นจากข้างใน”

เราพร้อมเปลี่ยนแปลงพลังความคิดหรือยังครับ???

Posted By  : พัฒนะ  มรกตสินธุ์
File Under : General

3/9/2009 4:01:38 PM
 
 
 
 
 
แสดงความคิดเห็น (สำหรับสมาชิก)
รายละเอียด * :
รูปภาพ :
หมายเหตุ : สำหรับไฟล์ .pgj เท่านั้น
ชื่อผู้ตอบ * :
 
 
 

พัฒนะ  มรกตสินธุ์
 
>> ดับเบิ้ลเอ จ้าวแห่งไอเดีย
>> พูดไปสองไพเบี้ย นิ่ง...เสียตำลึงทอง
>> LEAN กับการพัฒนาองค์การ
>> การศึกษาตลอดชีวิตกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
>> 6 Skills ของคนทำงานในอนาคตเพื่อเป็น Knowledge Worker
>> วิกฤตทางปัญญา (Intellectual Capital Crisis)
>> อยากก้าวหน้าไหม? ต้อง... “กูซ่า” ในองค์การ
>> กำลังสำคัญขององค์การ
>> บทเพลงกับเทรนด์การตลาด 2552
>> อะไรคือพลังในการทำงาน
>> ทำไมต้องธุรกิจเล็กๆ??
>> ประหยัดพลังงานกันเถอะ
>> เก็บตก งาน Go Training Talk
>> ภาพรวมของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
>> ทำเรื่องง่ายๆ ให้กลายเป็นเรื่องเงินๆ
>> PMI เครื่องช่วยตัดสินใจ
>> Core...แก่น!!
>> สอนผู้ใหญ่อยางไรดี??
>> รับพนักงานใหม่...เพื่ออะไร
>> องค์การแห่งความสุข
>> บันทึก(ไม่)ลับ ของคนไร้กรอบ
>> พลังแห่งการถ่ายทอด
>> The BMS of Service
>> การเมือง...เรื่องฟุตบอล
>> ออกฤทธิ์แล้ว...
>> วิธีระดมมันสมอง (Brainstorming)
>> รู้จัก Pattman
>> ความสำคัญของความคิด
>> หัวใจวิทยากร (Heart of Trainer)
>> ชีวิตคุณ...คุณต้องกำหนดเอง...
>> คิดใหม่...โดนใจ...ได้สติ
>> เริ่มต้น KM (Knowledge Management) แบบง่ายๆ
>> วงการบันเทิงไทย...ขายอะไร???...
>> ความคิดนอกกรอบในองค์กร
>> การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นทรัพยากรบุคคล
>> ระเบิดพลังความคิด
   
 
Copyright © 2008 GTR Training and Seminar Co.,Ltd. All Rights Reserved.
99/1 3rd Fl. Langsuan Rd., Lumpini, Pathumwan, Bangkok 10330 Thailand
Tel  : (66) 2652 1463 - 4  Fax : (66) 2652 1465  Email : info@gtr.co.th