ยินดีต้อนรับสู่ โลกแห่งความรู้ GTR :: ความสำเร็จอยู่ไม่ไกล เราพร้อมติดปีกให้คุณ    
   
Home   About   Vision   Mission   Core Network   Editor   Course   Webboard   Classified   Contact us  
General   Management   HRD   Marketing   Leadership   Leisure & Style   Finance & Accounting   Book Review   Gadget    
     
 
 
 
Member Login
   
Username :
Password :
 
Forgot Password? :Click
::Sign Up ::
 
     
 
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
General
Management
HRD
Marketing
Leadership
Leisure & Style
Finance & Accounting
Book Review
Gadget
Education
 
 
 
     
   
 
 
 
วิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้...คนไทยควรคิดอย่างไร ? " คิดค้า...คิดขาย "

ความหวั่นไหวเช่นนี้จะทำให้คนจำนวนหนึ่งเกิดความเครียด เกิดความซึมเศร้า เกิดความท้อถอย ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของเรายิ่งแย่ลงไปอีก เพราะความคิด จิตใจและความรู้สึกของประชาชนมีผลเกี่ยวข้องโดยตรงกับเศรษฐกิจมากพอสมควร



วิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกที่หลายๆ คนบอกว่าจะต้องมีผลกระทบต่อธุรกิจไทย รวมทั้งผู้ประกอบการรายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ ซึ่งน่าจะเป็นไปได้มากอย่างไม่ต้องสงสัย ทำให้คนไทยเป็นจำนวนมากรู้สึกหวั่นไหวว่าจะมีผลกระทบต่อตนเอง



ความหวั่นไหวเช่นนี้จะทำให้คนจำนวนหนึ่งเกิดความเครียด เกิดความซึมเศร้า เกิดความท้อถอย ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของเรายิ่งแย่ลงไปอีก เพราะความคิด จิตใจและความรู้สึกของประชาชนมีผลเกี่ยวข้องโดยตรงกับเศรษฐกิจมากพอสมควร



ฉะนั้น ถ้าสามารถทำให้คนไทยมีความคิดที่เป็นบวกกับสถานการณ์ได้ น่าจะมีผลที่ดีต่อประเทศชาติได้ไม่มากก็น้อย คำถามที่ผมอยากจะถามคนไทยก็คือ เวลาที่มีวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ คนไทยควรคิดอย่างไร?
ผมขอแนะนำว่าคนไทยควรจะคิดดังนี้



1. คิดว่าเรามีศักยภาพพอเพียงที่จะผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ได้
- การคิดอย่างนี้เป็นการคิดบวกกับตัวเอง ซึ่งจะมีผลทำให้มีพลังมากกว่าการคิดตรงข้าม และทำให้เราจะเริ่มมองหาสิ่งรอบตัวที่จะเพิ่มศักยภาพแก่ตัวเราเอง



2. คิดว่าเรามีความสามารถสร้างความสามัคคีในองค์กรได้
- ส่วนใหญ่เวลาเกิดวิกฤต หลายคนจะรู้สึกว่าตัวเองควบคุมคน ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ฉะนั้นการที่คิดว่าตนสามารถรักษาความสามัคคีได้ เป็นการสร้างความมั่นใจให้ตนเองได้ดีขึ้น



3. คิดว่าเราสามารถที่จะรับงานหนักได้
- คนส่วนใหญ่จะคิดว่าตนทำงานหนักอยู่แล้ว จะหนักเพิ่มอีกไม่ได้ หรือบางคนก็ไม่ชอบทำงานหนัก แต่ถ้าเราคิดว่าตนทำงานหนักได้ก็เท่ากับเราสร้างความพร้อมในจิตใจของเราให้รู้รับงานหนัก และผลงานจากงานหนักก็จะทำให้เราภูมิใจและรู้สึกว่างานหนักนั้นไม่หนักอย่างที่คิด



4. คิดว่าเรามีความสามารถที่จะทำงานได้เร็วขึ้น
- เพราะช่วงวิกฤตการณ์เป็นช่วงที่มีงานมาก ปัญหามาก การที่เราทำงานได้เร็วขึ้นก็จะทำให้เราได้ผลงานมากขึ้น และแก้ปัญหาให้ลุล่วงได้เร็วขึ้น และเราจะพิจารณาสิ่งที่เราทำอยู่ให้รวดเร็วขึ้นอยู่ตลอดเวลา



5. คิดว่าเราสามารถตัดสินใจเร็วขึ้นและถูกต้องด้วย
- คนที่ขาดความมั่นใจมักจะชักช้าในการตัดสินใจเพราะกลัวผิด แต่ในช่วงวิกฤตการณ์การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงในสิ่งต่างๆ ต้องทำด้วยความรวดเร็วเพราะเวลาไม่คอยท่า แต่ต้องเชื่อว่าเราตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง และถ้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นต้องแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น



6. คิดว่าเราสามารถปรับตัวและเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้



- คนส่วนใหญ่เคยทำอะไรก็มักไม่ค่อยชอบเปลี่ยนแปลง และไม่ค่อยชอบปรับตัวเพราะเกิดความเคยชิน แต่ในช่วงวิกฤตการณ์ความสามารถในการปรับตัวปรับเปลี่ยนมีความสำคัญ เพื่อทำให้งานมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น เช่น ทำงานในจำนวนชั่วโมงที่ยาวขึ้น หรือทำงานในวันหยุด ฯลฯ



7. คิดว่าเรามีคนมาช่วยเหลือเรามากขึ้น
- ในช่วงวิกฤตการณ์ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าทุกคนต้องแก้ปัญหาของตนเอง ไม่มีใครสนใจที่จะแก้ปัญหาของผู้อื่น หรือเรียกว่าตัวใครตัวมัน ฉะนั้นการกำหนดจิตว่าจะมีคนมาช่วยเราจะเหนี่ยวนำให้คนที่ดีมีความเมตตามาช่วยเราโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน



8. คิดว่าเราจะมีความแข็งแรงพลิกผ่านวิกฤตการณ์ได้
- การที่ได้ฝึกฝนการแก้ปัญหาอย่างมากมายและหลากหลาย จะทำให้เราเป็นคนที่มีความสามารถ มีความหนักแน่น และมีประสบการณ์ในการทำงานยากๆ ทำงานมากๆ จะทำให้เราเป็นคนที่เก่งขึ้น



9. คิดว่าความคิดเราโปร่งใสพร้อมที่จะเผชิญปัญหาในทุกด้าน
- ในช่วงวิกฤตการณ์ ปัญหาต่างๆ มักจะประดังเข้ามา การมีความคิดที่โปร่งใสคือ การไม่เครียด ไม่กลัว จะทำให้เรามองเห็นวิธีแก้ปัญหาได้ชัดขึ้น



10. คิดว่าเราจะประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีกหลังวิกฤตการณ์
- การที่เราได้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้ จะทำให้เรามีประสบการณ์และมีความมั่นใจในการที่จะทำงานใหม่ๆ หรืองานที่คนอื่นรู้สึกว่ายากได้ ฉะนั้นการริเริ่มงานใหม่ได้และทำงานยากให้เป็นงานง่ายได้ มักจะทำให้ผู้นั้นประสบความสำเร็จได้มากกว่าผู้อื่น




การคิด 10 ข้อนี้ ต้องคิดบ่อย ๆ โดยไม่ต้องอาศัยข้อเท็จจริงหรือหลักความจริง เพราะความคิด 10 ข้อนี้ถ้าคิดบ่อยๆ จะปลุกจิตใต้สำนึกของผู้ที่คิดให้เป็นบวกและมีพลัง สิ่งสำคัญต้องทำด้วยความเชื่อมั่นแล้วจะพบกับปาฏิหาริย์
ข้อคิดดี ๆ จาก CEO คิดบวก (บุญเกียรติ โชควัฒนา)
http://newsroom.bangkokbiznews.com

Posted By  : Pakpicha  klinsook
File Under : General

1/27/2009 9:14:52 AM
 
 
 
 
 
แสดงความคิดเห็น (สำหรับสมาชิก)
รายละเอียด * :
รูปภาพ :
หมายเหตุ : สำหรับไฟล์ .pgj เท่านั้น
ชื่อผู้ตอบ * :
 
 
 

Pakpicha  klinsook
 
>> กิน..ดื่ม..เที่ยว ตลาดคลองสวน 100 ปี
>> ทัวร์เกาะเกร็ด ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา
>> "General principles of management" (ทฤษฎีการจัดการของ Henri Fayol)
>> " วิธีการจัดการสมัยใหม่ "
>> " การสร้างแบรนด์ กับ การตลาด "
>> วิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้...คนไทยควรคิดอย่างไร ? " คิดค้า...คิดขาย "
>> พาเที่ยว พาชม ตลาด 100 ปีสามชุกค่ะ
>> ภาพมหัศจรรย์ที่เกิดจากหินธรรมชาติ
>> พิชิต 1095 โค้ง สัมผัสบรรยากาศหนาว..หนาว
>> ครัวกุ้งหลวง เขื่อนป่าสักฯ
>> เมื่อ HR สวมบท "นักสร้างนวัตกรรม"
>> Conference & Banques / Coffee Break
>> ขอแนะนำ Lunch @ Eastin Hotel & Spa Bangkok
>> บริการขนมไทย
   
 
Copyright © 2008 GTR Training and Seminar Co.,Ltd. All Rights Reserved.
99/1 3rd Fl. Langsuan Rd., Lumpini, Pathumwan, Bangkok 10330 Thailand
Tel  : (66) 2652 1463 - 4  Fax : (66) 2652 1465  Email : info@gtr.co.th